USB-C คืออะไร แตกต่างกับ USB-A USB-B อย่างไรบ้าง?

29 กรกฎาคม 2560

     
USB-C นั้นมาพร้อมกับมาตรฐานใหม่ใน USB 3.1 ครับ ซึ่งมีความเร็วเพิ่มขึ้นมหาศาล อย่างไรเราลองไปดูรายละเอียดกันครับ


สมัยก่อนเราจะรู้จัก

- USB 1.0

- USB 1.1

- USB 2.0

- USB 3.0

และล่าสุดคือ USB 3.1 ครับผม

ทีนี้เราลองมาดูการเปรียบเทียบและข้อแตกต่างกันระหว่างทั้งหมดนี้

สปีดสูงสุด การจ่ายไฟสูงสุด ทิศทางของการจ่ายไฟ สายเชื่อมต่อ Availability
USB 1.1 12Mbps 2.5V, 500mA Host to peripheral Type-A to Type-B 1998
USB 2.0 480Mbps 2.5V, 1.8A Host to peripheral Type-A to Type-B 2000
USB 3.0 5Gbps 5V, 1.8A Host to peripheral Type-A to Type-B 2008
USB 3.1 10Gbps 20V, 5A Bi-directional Type-C both ends, reversible plug orientation 2015

     โอเคเมื่อเราทราบแล้วว่า มาตรฐานของ USB 3.1 ทั้งความเร็วและการจ่ายไฟเป็นไปในแบบ "ก้าวกระโดด" ลองมาดูกันว่าเราจะต้องใช้หัวเชื่อมต่อในแบบลักษณะใด?

     หัวแบบนี้คือหัวแบบที่เรา "คุ้นเคย" กันมาก ไว้ใช้สำหรับเสียบอุปกรณ์ทั่วไปเราเรียกว่าหัว USB-Type A 

     หัว USB-Type A มีหลากหลายเวอร์ชั่น พัฒนามาตั้งแต่ Version 1 จนปัจจุบันเป็นเวอร์ชั่น 3.1 ที่เป็นมาตรฐานของหัว USB-C นั่นเอง



     หัวแบบนี้เรียกว่า USB-B นิยมใช้กับพวกปริ้นเตอร์และสแกนเนอร์หรืออุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่ ๆ หน่อย

     หัวแบบนี้ อยู่ในหมวดเดียวกับ USB Type-B ครับ ทางซ้ายเรียก Type-B  Mini USB ทางขวาเราเรียกว่า Type-B Micro USB หรือที่เรามักชอบเรียกว่า "หัวชาร์จซัมซุง"


     ซึ่งหัวล่าสุดคือ USB Type-C ตัวนี้นี่เองครับ อุปกรณ์ในรูปแบบใหม่ ๆ ทั้งหมดมักจะรองรับให้ใช้กับหัวนี้เพราะมีจุดเด่นดังนี้

- ใช้งานได้กับมาตรฐาน USB แบบใหม่ 3.1 ซึ่งให้ความเร็วมากถึง 10Gbps
- ช่องจ่ายไฟอย่างหรู จ่ายไฟแรงมากได้สูงถึง 100W กันเลยทีเดียว (20V,5A)
- สามารถเสียบด้านใดก็ได้จะพลิกหน้าพลิกหลังกลับหัวก็สามารถเสียบได้ทันที

     สืบเนื่องจาก USB Type-C นี้เอง ที่ทั้งจ่ายไฟสูงและส่งข้อมูลได้รวดเร็ว ทำให้หลัก ๆ เลยอุปกรณ์ที่ใช้พอร์ตนี้เป็นมาตรฐานอย่างแรกก็คือ
NEW MAC-BOOK
เพราะว่า รูเดียว ได้ทั้งชาร์จไฟ(เพราะจ่ายไฟแรง) ทั้งเสียบจอได้สูงถึงความละเอียด 4K (เพราะส่งข้อมูลเร็ว) และมีความเรียวบาง ทำให้ทาง Apple สามารถทำ MACBOOK ที่บางลง เล็กลง และน้ำหนักเบาได้

     ปัจจุบัน ทั้งค่ายโน๊ตบุ๊คและมือถือพร้อมใจกันออกอุปกรณ์ที่รองรับ USB Type-C กันเพราะมันทั้งเร็ว ทั้งแรง และจ่ายไฟได้มาก อาทิเช่น

  • Apple 2015 MacBook [1]
  • Apple 2016 MacBook Pro[2]
  • ASUS Transformer 3 Pro
  • ASUS Zenbook 3
  • Dell XPS 13
  • Dell XPS 15
  • Google Chromebook Pixel (2015)
  • HP Spectre 13
  • HP Spectre Pro 13
  • HP Spectre X2 (?)
  • Lenovo ThinkPad 13
  • Lenovo ThinkPad X1 Carbon (5th gen)
  • Lenovo Yoga 910
  • Mi Notebook Air 13.3
  • Mi Notebook Air 12.5
  • Razer Blade Stealth
  • Nintendo Switch
  • Samsung Galaxy 8
  • Samsung Galaxy Tab Pro S
  • LG G6
  • MOTO Z
  • Nexus รุ่นใหม่ ๆ
  • Google Pixel


สำหรับอุปกรณ์มือถืออื่น ๆ น่าจะตามมาใช้บริการพอร์ต USB Type-C กันเร็ว ๆ นี้แน่นอน

     สำหรับในปัจจุบัน อุปกรณ์ที่ใช้พอร์ต USB-Type C แต่เราต้องการแปลงให้เป็นพอร์ต USB แบบเดิม ยังมีด้วยกัน 2 แบบที่สามารถแปลงได้คือ 



สำหรับการแปลงแบบ USB Type-C to USB-A 3.1



สำหรับการแปลงแบบ USB Type-C to Micro USB

งานนี้ก็ต้องรอดูว่า คู่ปรับอย่างพอร์ต Lightning ของ Apple นั้น จะมีอะไรออกมาต่อกร เพราะแม้กระทั่ง APPLE เองยังหันมาเลือกใช้ USB Type-C ให้กับ MACBOOK เลย (ข้อมูลแย้มคร่าว ๆ ว่า แม้กระทั่ง iPhone 8 ยังจะมาใช้ USB Type-C กันเลย ดังนั้นยุคต่อไปก็คงเข้าสู่ยุค USB Type-C กันอย่างเต็มตัวเมื่อ iPhone 8 เปิดตัวและใช้ USB-C"

PLUGTHAI By มหาชะนี