
USB-C นั้นมาพร้อมกับมาตรฐานใหม่ใน USB 3.1 ครับ ซึ่งมีความเร็วเพิ่มขึ้นมหาศาล อย่างไรเราลองไปดูรายละเอียดกันครับ

สมัยก่อนเราจะรู้จัก
- USB 1.0
- USB 1.1
- USB 2.0
- USB 3.0
และล่าสุดคือ USB 3.1 ครับผม
ทีนี้เราลองมาดูการเปรียบเทียบและข้อแตกต่างกันระหว่างทั้งหมดนี้
| สปีดสูงสุด | การจ่ายไฟสูงสุด | ทิศทางของการจ่ายไฟ | สายเชื่อมต่อ | Availability | |
| USB 1.1 | 12Mbps | 2.5V, 500mA | Host to peripheral | Type-A to Type-B | 1998 |
|---|---|---|---|---|---|
| USB 2.0 | 480Mbps | 2.5V, 1.8A | Host to peripheral | Type-A to Type-B | 2000 |
| USB 3.0 | 5Gbps | 5V, 1.8A | Host to peripheral | Type-A to Type-B | 2008 |
| USB 3.1 | 10Gbps | 20V, 5A | Bi-directional | Type-C both ends, reversible plug orientation | 2015 |
โอเคเมื่อเราทราบแล้วว่า มาตรฐานของ USB 3.1 ทั้งความเร็วและการจ่ายไฟเป็นไปในแบบ "ก้าวกระโดด" ลองมาดูกันว่าเราจะต้องใช้หัวเชื่อมต่อในแบบลักษณะใด?
หัวแบบนี้คือหัวแบบที่เรา "คุ้นเคย" กันมาก ไว้ใช้สำหรับเสียบอุปกรณ์ทั่วไปเราเรียกว่าหัว USB-Type A หัว USB-Type A มีหลากหลายเวอร์ชั่น พัฒนามาตั้งแต่ Version 1 จนปัจจุบันเป็นเวอร์ชั่น 3.1 ที่เป็นมาตรฐานของหัว USB-C นั่นเอง

หัวแบบนี้เรียกว่า USB-B นิยมใช้กับพวกปริ้นเตอร์และสแกนเนอร์หรืออุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่ ๆ หน่อย
หัวแบบนี้ อยู่ในหมวดเดียวกับ USB Type-B ครับ ทางซ้ายเรียก Type-B Mini USB ทางขวาเราเรียกว่า Type-B Micro USB หรือที่เรามักชอบเรียกว่า "หัวชาร์จซัมซุง"
ซึ่งหัวล่าสุดคือ USB Type-C ตัวนี้นี่เองครับ อุปกรณ์ในรูปแบบใหม่ ๆ ทั้งหมดมักจะรองรับให้ใช้กับหัวนี้เพราะมีจุดเด่นดังนี้
- ใช้งานได้กับมาตรฐาน USB แบบใหม่ 3.1 ซึ่งให้ความเร็วมากถึง 10Gbps
- ช่องจ่ายไฟอย่างหรู จ่ายไฟแรงมากได้สูงถึง 100W กันเลยทีเดียว (20V,5A)
- สามารถเสียบด้านใดก็ได้จะพลิกหน้าพลิกหลังกลับหัวก็สามารถเสียบได้ทันที
สืบเนื่องจาก USB Type-C นี้เอง ที่ทั้งจ่ายไฟสูงและส่งข้อมูลได้รวดเร็ว ทำให้หลัก ๆ เลยอุปกรณ์ที่ใช้พอร์ตนี้เป็นมาตรฐานอย่างแรกก็คือ
สืบเนื่องจาก USB Type-C นี้เอง ที่ทั้งจ่ายไฟสูงและส่งข้อมูลได้รวดเร็ว ทำให้หลัก ๆ เลยอุปกรณ์ที่ใช้พอร์ตนี้เป็นมาตรฐานอย่างแรกก็คือ
NEW MAC-BOOK
เพราะว่า รูเดียว ได้ทั้งชาร์จไฟ(เพราะจ่ายไฟแรง) ทั้งเสียบจอได้สูงถึงความละเอียด 4K (เพราะส่งข้อมูลเร็ว) และมีความเรียวบาง ทำให้ทาง Apple สามารถทำ MACBOOK ที่บางลง เล็กลง และน้ำหนักเบาได้
ปัจจุบัน ทั้งค่ายโน๊ตบุ๊คและมือถือพร้อมใจกันออกอุปกรณ์ที่รองรับ USB Type-C กันเพราะมันทั้งเร็ว ทั้งแรง และจ่ายไฟได้มาก อาทิเช่น
ปัจจุบัน ทั้งค่ายโน๊ตบุ๊คและมือถือพร้อมใจกันออกอุปกรณ์ที่รองรับ USB Type-C กันเพราะมันทั้งเร็ว ทั้งแรง และจ่ายไฟได้มาก อาทิเช่น
- Apple 2015 MacBook [1]
- Apple 2016 MacBook Pro[2]
- ASUS Transformer 3 Pro
- ASUS Zenbook 3
- Dell XPS 13
- Dell XPS 15
- Google Chromebook Pixel (2015)
- HP Spectre 13
- HP Spectre Pro 13
- HP Spectre X2 (?)
- Lenovo ThinkPad 13
- Lenovo ThinkPad X1 Carbon (5th gen)
- Lenovo Yoga 910
- Mi Notebook Air 13.3
- Mi Notebook Air 12.5
- Razer Blade Stealth
- Nintendo Switch
- Samsung Galaxy 8
- Samsung Galaxy Tab Pro S
- LG G6
- MOTO Z
- Nexus รุ่นใหม่ ๆ
- Google Pixel
สำหรับอุปกรณ์มือถืออื่น ๆ น่าจะตามมาใช้บริการพอร์ต USB Type-C กันเร็ว ๆ นี้แน่นอน
สำหรับในปัจจุบัน อุปกรณ์ที่ใช้พอร์ต USB-Type C แต่เราต้องการแปลงให้เป็นพอร์ต USB แบบเดิม ยังมีด้วยกัน 2 แบบที่สามารถแปลงได้คือ

สำหรับการแปลงแบบ USB Type-C to USB-A 3.1

สำหรับการแปลงแบบ USB Type-C to Micro USB
งานนี้ก็ต้องรอดูว่า คู่ปรับอย่างพอร์ต Lightning ของ Apple นั้น จะมีอะไรออกมาต่อกร เพราะแม้กระทั่ง APPLE เองยังหันมาเลือกใช้ USB Type-C ให้กับ MACBOOK เลย (ข้อมูลแย้มคร่าว ๆ ว่า แม้กระทั่ง iPhone 8 ยังจะมาใช้ USB Type-C กันเลย ดังนั้นยุคต่อไปก็คงเข้าสู่ยุค USB Type-C กันอย่างเต็มตัวเมื่อ iPhone 8 เปิดตัวและใช้ USB-C"
PLUGTHAI By มหาชะนี
